หมกหมุ่น Magazine

posted on 09 Sep 2009 05:39 by tik-alone
 
รู้สึกเหมือนตัวเอง
หายไปจากการ
วิจารณ์หนังไปนาน
 
ช่วงนี้ได้ดูหนังเยอะมาก
หนังเก่าหนังใหม่
แต่ดูไม่รู้เรื่องเลย
เหมือนเปิดเป็นเพื่อนโต้รุ่ง
แต่สมองหนักอึ้งไปด้วย
Magazine กองโต
ที่ทำทู๊กตำแหน่ง
 
อาจารย์บ้าไปแล้ว
สั่งมาได้ 1 เล่ม 100+
ทำก็ 116หน้า ยกหน้าเพิ่มอีก 4 เป็นปกหน้าหลัง
120 พอดี
 
เหนื่อยคะเหนื่อย
จะปิดเล่มแล้ว
แต่จะปิดเล่มเนี๊ยแหละ
เหนื่อยสุดๆ
 
โอ้ยๆ 
magazine จะทับตาย หายใจไม่ออก
 
 
 
ขอให้งานออกมาดีด้วยเถอะนะ
แตถ้าทำดีที่สุดแต่ไม่ที่สุดของที่สุด
เพราะคนเราต้องไม่ถึงที่สุดเพื่อพัฒนาต่อ
tIK- เชื่อแบบนั้น
 
หลังจากนั้นคงต้องหวังที่โรงพิมพ์
ว่าจะสีเพี้ยนหรือป่าว
 
 
KINES Magazine*

เรื่องมันมีอยู่ว่า...

posted on 10 Jun 2009 14:32 by tik-alone

เรื่องมันมีอยู่่ว่า...
...
...
...
เปิดเทอม แล้ว
...
งานเข้า แล้ว
...
ปิดเทอม เล่นแต่ เกมส์ แล้ว
สมองไม่แล่น
...
 
เรื่องมันมีอยู่ว่า
...
ซวย
แล้วไง
 
 
 
...
 
จบ 

Preview:Watchmen

posted on 26 Feb 2009 12:32 by tik-alone

Watchmen



Watchmen



ศึกซูเปอร์ฮีโร่พันธุ์มหากาฬ (ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล พิคเจอร์ส)

กำหนดฉาย : 5 มีนาคม 2552
นำแสดง
มาลิน เอเคอร์แมน (Malin Akerman)  รับบท  ลอรี่ จูปิเตอร์/ ซิลค์ สเป็คเตอร์ 2
บิลลี่ ครูดัพ (Billy Crudup)   รับบท   จอน ออสเตอร์แมน/ ดร.แมนฮัตตั้น
แมทธิว กู้ด (Matthew Goode)   รับบท  เอเดรียน วีดท์/ ออซซี่แมนเดียส
คาร์ล่า กูจิโน่ (Carla Gugino)   รับบท  แซลลี่ จูปิเตอร์/ ซิลค์ สเป็คเตอร์
แจ็คกี้ เอิร์ล เฮลี่ย์ (Jackie Earle Haley)  รับบท  วอลเตอร์ โคแว็คส์/ รอร์แชค
เจฟฟรีย์ ดีน มอร์แกน (Jeffrey Dean Morgan) รับบท  เอ๊ดเวิร์ด เบล็ก/เดอะ คอมมิเดี้ยน
แพทริค วิลสัน (Patrick Wilson)   รับบท  แดน ไดรเบิร์ก/ ไนท์ อาวล์ 2
กำกับ : แซ็ค สไนเดอร์
เว็บไซต์ทางการภาพยนตร์


เนื้อเรื่องย่อ

          ภาพยนตร์ผจญภัยลึกลับหลากหลายมิติและซับซ้อนอย่าง "Watchmen" วางเรื่องราวให้เกิดขึ้นในอเมริกาปี 1985 ที่ซึ่งบรรดาซูเปอร์ฮีโร่ที่มีชุดประจำตัวทั้งหลาย ถือเป็นส่วนหนึ่งของสังคมประจำวัน และนาฬิกาพิพากษาโลก ซึ่งเติมเชื้อไฟให้กับความตึงเตรียดของอเมริกากับสหภาพโซเวียต ยิ่งเดินหน้าเข้าใกล้เวลาเที่ยงคืนมากขึ้นทุกขณะ

          เมื่อหนึ่งในเพื่อนร่วมงานเก่าของเขาถูกฆ่าตาย รอร์แชค ฮีโร่สวมหน้ากากผู้ผดุงความยุติธรรมแต่บัดนี้ได้กลายเป็นพวกนอกกฎหมายไปแล้ว ต้องการเปิดโปงแผนการร้ายที่มีเป้าหมายเพื่อสังหารและสร้างความเสื่อมเสียให้กับบรรดาซูเปอร์ฮีโร่ทั้งในอดีตและปัจจุบันทุกนาย เมื่อเขากลับไปติดต่อกับกลุ่มอดีตนักต่อสู้อาชญากรรม ซึ่งเป็นกลุ่มซูเปอร์ฮีโร่ที่เกษียณตัวเองและแยกย้ายกระจัดกระจายกันไป และเป็นคนกลุ่มเดียวที่มีพลังวิเศษที่แท้จริง รอร์แชคได้พบแผนสมรู้ร่วมคิดที่เชื่อมโยงถึงอดีตที่พวกเขาทุกคนเคยมีร่วมกัน และผลพวงอันเป็นหายนะที่จะส่งผลต่ออนาคต 

          ภารกิจของพวกเขาคือการดูแลคุ้มครองมนุษยชาติ...แต่ใครกันล่ะที่จะคอยระวังภัยให้กลุ่มวอทช์เมน
"Watchmen" กำกับโดยแซ็ค สไนเดอร์ (300) และอำนวยการสร้างโดยลอว์เรนซ์ กอร์ดอน, ลอยด์ เลวิน และเดบอร่าห์ สไนเดอร์ บทภาพยนตร์เป็นฝีมือการเขียนบทของเดวิด เฮย์เตอร์ และอเล็กซ์ ซี สร้างจากนิยายภาพที่ร่วมกันสร้างและวาดภาพโดยเดฟ กิ๊บบอนส์ และตีพิมพ์จำหน่ายโดยดีซี คอมิคส์ โดยมี เฮอร์เบิร์ต ดับเบิลยู เกนส์ และโธมัส ทูลล์ ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้างบริหาร, เวสลี่ย์ โคลเลอร์ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสร้างร่วม

          ผู้รับบทเป็นกลุ่ม "มาส์กส์" นักผจญภัยที่เป็นหัวใจของเรื่อง ก็คือ มาลิน เอเคอร์แมน (27 Dresses) รับบทเป็น ลอรี่ จูปิเตอร์ หรือซิลค์ สเป็คเตอร์ 2, บิลลี่ ครูดัพ (The Good Shepherd) รับบทเป็น จอน ออสเตอร์แมน หรือดร. แมนฮัตตัน, แมทธิว กู้ด (Match Point) รับบทเป็นเอเดรียน วีดท์ หรือออซซี่แมนเดียส, คาร์ล่า กูจิโน่ (Night at the Museum) รับบทเป็นแซลลี่ จูปิเตอร์ หรือซิลค์ สเป็คเตอร์, แจ็คกี้ เอิร์ล เฮลี่ย์ (Little Children) ซึ่งเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์มาแล้ว รับบทเป็นวอลเตอร์ โคแว็คส์ หรือรอร์แชค, เจฟฟรีย์ ดีน มอร์แกน (ผลงานทางทีวีเรื่อง Grey's Anatomy) รับบทเป็นเอ๊ดเวิร์ด เบล็ก หรือเดอะคอมมิเดี้ยน และแพทริค วิลสัน (Little Children) รับบทเป็นแดน ไดรเบิร์ก หรือไนท์ อาวล์ 2

          ที่เข้ามาร่วมทีมหลังกล้องกับสไนเดอร์ ก็คือ ผู้กำกับภาพ ลาร์รี่ ฟง (300), โปรดักชั่น ดีไซเนอร์ อเล็กซ์ แม็คโดเวลล์ (Charlie and the Chocolate Factory), ผู้ลำดับภาพ วิลเลี่ยม ฮอย (300), ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย ไมเคิล วิลกินสัน (300) และวิชวล เอฟเฟ็กต์ ซูเปอร์ไวเซอร์ จอห์น "ดีเจ" เดสจาร์ดิน (The Kingdom) ดนตรีประกอบเป็นฝีมือการประพันธ์ของ ไทเลอร์ เบ็ทส์ (300)

          วอร์เนอร์ บราเธอร์ส พิคเจอร์ส และพาราเม้าต์ พิคเจอร์ส ภูมิใจเสนอ ผลงานความร่วมมือกับเลเจนดารี่ พิคเจอร์ส ผลงานการสร้างของลอว์เรนซ์ กอร์ดอน/ ลอยด์ เลวิน ผลงานการกำกับของแซ็ค สไนเดอร์ เรื่อง "Watchmen" ซึ่งสร้างจากนิยายภาพระดับคว้ารางวัล

          "Watchmen" จะได้รับการจัดจำหน่ายในอเมริกาโดยวอร์เนอร์ บราเธอร์ส พิคเจอร์ส และจัดจำหน่ายในตลาดต่างประเทศโดยพาราเม้าต์ พิคเจอร์ส

Watchmen

Watchmen

Watchmen

Watchmen

Watchmen

Watchmen

Watchmen

Watchmen

Watchmen

Watchmen

Watchmen





CHARACTER BIOS



เดอะคอมมิเดี้ยน

 



เดอะคอมมิเดี้ยน หรือ เอ๊ดเวิร์ด เบล็ก

          เขาคือหนึ่งในผู้ผดุงคุณธรรมที่มีบทบาทที่สุดในโลกของกลุ่มวอทช์เมน 

          เอ๊ดเวิร์ด เบล็ก ได้ปฏิบัติภารกิจในโฉมหน้าของเดอะ คอมมิเดี้ยนมานานหลายทศวรรษ นอกจากจะทำงานให้กับรัฐบาลสหรัฐฯ ในเวียดนามและที่อื่นๆ แล้ว ฮีโร่ที่แต่เริ่มเดิมทีมีรูปลักษณ์เป็นตัวตลก ต่อมาเขาได้เปลี่ยนแปลงชุดให้มีลักษณะที่ดูคล้ายทหารมากขึ้น เพื่อให้เข้ากับการใช้วิธีที่รุนแรงตอบโต้ปัญหาที่พบ เมื่อมองภายนอก เดอะคอมมิเดี้ยนก็คือคนหลงตัวเองที่ใช้การปราบปรามคนร้ายเพื่อผดุงคุณธรรม มาเป็นฉากบังหน้าเพื่อสนองนิสัยซาดิสท์ของตัวเอง

ดร.แมนฮัตตั้น



ดร.แมนฮัตตั้น หรือ จอน ออสเตอร์แมน

          ในช่วงปลายทศวรรษ 1950 จอน ออสเตอร์แมน ผู้ชายธรรมดาต้องถูกฉีกร่างเป็นชิ้นๆ ในการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่เกิดความผิดพลาดอย่างร้ายแรง แต่จิตสำนึกของเขายังคงอยู่ และเขาได้จัดการรวบรวมตัวเองขึ้นมาใหม่จนกลายเป็นคนที่มีพลังพิเศษในตัวอย่างแท้จริง เป็นรูปลักษณ์ที่ส่งแสงสีน้ำเงินเรืองรองจนดูสมบูรณ์แบบ เขาสามารถมองเห็นอนาคต และสามารถปรับเปลี่ยนวัตถุได้ถึงระดับอนุภาคของอะตอม การปรากฏตัวของเขาไม่เพียงแต่ส่งผลต่อเพื่อนๆ ฮีโร่ของเขาเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อวงการวิทยาศาสตร์และภูมิศาสตร์การเมือง อย่างไรก็ดี การที่เขาแปลกแยกตัวเองออกจากมนุษย์คนอื่นๆ ทำให้เขาไม่แยแสต่อโลก และผู้คนที่อยู่รอบๆ ตัว

แดน ไดรเบิร์ก

แดน ไดรเบิร์ก




ไนท์ อาวล์ 2 หรือ แดน ไดรเบิร์ก

          เพราะได้รับแรงบันดาลใจจากไนท์ อาวล์คนแรก จากทีมวีรบุรุษที่รู้จักกันในชื่อกลุ่มมินิทเมน แดน ไดรเบิร์กจึงใช้ความสามารถของเขาในฐานะนักประดิษฐ์ เพื่อเปลี่ยนตัวเองให้เป็นไนท์ อาวล์ 2 ที่มีเครื่องไม้เครื่องมือเยอะกว่า เมื่อเข้าคู่กับรอร์แชค ทั้งคู่ทำงานเป็นทีม โดยใช้ยานอาวล์ชิพของไนท์ อาวล์ที่มีชื่อว่าอาร์ชี่ บินไปยังสถานที่เกิดเหตุร้าย 

          ไดรเบิร์กถอดใจจากการทำหน้าที่ผดุงความยุติธรรม เมื่อกลุ่มซูเปอร์ฮีโร่กลายเป็นพวกนอกกฎหมาย และเมื่อหลายปีผ่านพ้นไป ร่างกายของเขาหมดความฟิต และเขาเริ่มเกิดความรู้สึกไม่เชื่อมั่นที่นับวันจะเพิ่มมากขึ้น

โจเซฟ วอลเตอร์ โคแว็คส์




รอร์แชค หรือ โจเซฟ วอลเตอร์ โคแว็คส์

          เพราะได้รับแรงกระตุ้นจากบาดแผลในวัยเด็ก และความรู้สึกที่แน่วแน่ที่มีต่อสิ่งถูกและสิ่งผิด วอลเตอร์ โคแว็คส์ได้กลายมาเป็นฮีโร่สวมชุดคอสตูมที่ชื่อว่ารอร์แชค เขาสวมชุดเสื้อกันฝน หมวกสักหลาด และหน้ากากที่มีรูปสีดำที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลาบนพื้นสีขาว เขามีความสามารถในการต่อสู้ และสามารถเปลี่ยนทุกอย่างที่มือเอื้อมถึงให้กลายเป็นอาวุธชั่วคราวได้ รอร์แชคร่วมมือกับไนท์ อาวล์ที่ 2 ทำงานเป็นทีมจนกระทั่งกลุ่มผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่สวมชุดคอสตูมเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นพวกคนร้าย ไนท์อาวล์ถอดใจขอเลิก แต่รอร์แชคไม่ยอมแพ้ เขายังคงทำหน้าที่ต่อไปอย่างผิดกฎหมายและนับวันจะยิ่งเกิดความหวาดระแวงมากขึ้น วารสารของเขาคือบันทึกการกระทำทั้งหมดของเขา รวมไปถึงความคิดที่นับวันจะเบื่อหน่ายต่อมนุษย์ด้วยกันมากขึ้น

ซิลค์ สเป็คเตอร์

ซิลค์ สเป็คเตอร์



ซิลค์ สเป็คเตอร์ 2 หรือ ลอเรล เจน จัสเป็คซิก

          ลอรี่ จัสเป็คซิกถูกผลักดันให้พบกับการผจญภัยโดยแซลลี่ จูปิเตอร์ แม่ของเธอ ซึ่งก็คือซิลค์ สเป็คเตอร์คนแรก  ลอรี่ซึ่งอายุน้อยที่สุดในกลุ่มวอทช์เมน ถูกตามหลอกหลอนโดยภูตผีจากอดีตของแม่ ซึ่งทำให้การกระทำที่มีข้อจำกัดของเธอในฐานะผู้ผดุงคุณธรรมต้องยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้น เธอได้เข้าไปเกี่ยวพันกับดร.แมนฮัตตั้น และเธอต้องถอนตัวจากการเป็นซิลค์ สเป็คเตอร์ไปอย่างรวดเร็วเมื่อการเป็นผู้ผดุงคุณธรรมที่สวมชุดประจำตัว กลายเป็นสิ่งผิดกฎหมาย เธอเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่กับดร.แมนฮัตตั้น ณ สถาบันแห่งหนึ่งของรัฐบาล ชีวิตที่แม้จะอยู่ด้วยกันแต่ก็เหมือนโดดเดี่ยวของเขากับเธอ ทำให้เธอได้เห็นและเหมือนถูกจองจำไว้กับความผิดปกติที่เพิ่มมากขึ้นของเขา

ออซซี่แมนเดียส

ออซซี่แมนเดียส




ออซซี่แมนเดียส หรือ เอเดรียน วีดท์

          เอเดรียน วีดท์ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ชายที่ฉลาดที่สุดในโลก” ได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ที่ทำให้เขาตัดสินใจสร้างตัวตนที่เป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่ชื่อออสซี่แมนเดียส เขาฝึกฝนร่างกายให้มีความสมบูรณ์ตามแบบนักกีฬา เขาเพิ่งทำหน้าที่ดูแลสังคมมาได้ไม่กี่ปีเท่านั้นก่อนจะต้องเลิกจากงานนี้ เขาเปิดเผยตัวตนลับของเขาต่อสาธารณชน และเขาได้สร้างอาณาจักรทางการเงินขึ้นจากอดีตของเขาที่เคยเป็นฮีโร่ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำสิ่งดีงามให้กับโลก เขาคือหนึ่งในผู้ผดุงคุณธรรมไม่กี่คนที่เป็นอิสระจากบาดแผลทางใจจากการต่อสู้กับอาชญากรรมมานานหลายปี




ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
 

edit @ 26 Feb 2009 12:37:25 by tIK*

edit @ 26 Feb 2009 12:42:06 by tIK*

เรื่องของเรื่อง...

posted on 10 Feb 2009 11:16 by tik-alone

 

 

ช่วงนี้งานเยอะเหลือเกิน

ว่าไปก็ก่อนหน้านี้อีก

แค่นี้

 

ไว้ค่อยว่ากัน

มีหนังอะไรบ้างใน 6th World Film Festival...

หนังโหมด Asian Contemporary

A Moment in June
เป็นหนังไทยเปิดตัวงานเทศกาลในวันที่ 24
นับว่าเป็นหนังที่คอหนังรอคอยที่จะได้ดู
แต่ต้องแสดงความเสียใจเพราะ
หนังเรื่องนี้ ทางผู้จัดบอกมาว่า ให้ดูได้
เฉพาะผู้ที่มีบัตรเชิญให้มาร่วมงานเปิดตัวเท่านั้น

Photobucket

เสียใจ!?

Thailand / 2008 / 106min / 35mm / Colour
Original Title: A Moment In June
Language: Thai, Japanese
Genre: Drama
Director: O Nathapon
Producer: O Nathapon
Screenwriter: O Nathapon
Cinematographer: David Ethan Sanders
Editor: Lee Chatametikool
Sound: Akritchalerm Kalayanamitr
Music: Robert Walker
Cast: Shakrit Yannarm, Krissada Sukosol, Sinitta Boonyasak, Deuntem Salitul,
Suchao Pongvilai, Napaskorn Mit-Aim, Hiro Sano
 
SynopsisA story of the fusion of six lives, a song that links them together, a hope of the second chance that might never come, a train station and a moment they all need to make a life-changing decision. 
Print SourceO Nathapon566/120 Sathupradit Road, Yannawa, Bangkok, 10120
Tel: 66 81-483-3634Fax: 66 2-294-5827
Email: nathapon@mac.com 

Photobucket 

ภาพยนตร์เปิดเทศกาล
ในวันที่
24 ตุลาคม 2551
เป็นการเปิดตัวรอบปฐมทัศน์ประเทศ
ไทยของภาพยนตร์ไทย  
“A Moment in June”       
ผลงานภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของ
โอ-นัฐพล วงศ์ตรีเนตรกุล
ผู้กำกับเลือดใหม่ความหวังของวงการภาพยนตร์ไทย
ที่เคยสร้างชื่อ
เสียงจากภาพยนตร์สั้นเรื่อง  Bicycles and Radios  
ที่เข้ารอบ
9 เรื่องสุดท้ายรางวัลออสการ์
หนังนักเรียน (Student Oscars) เมื่อ พ.ศ. 2547
ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทอดประเด็นสังคมไทยร่วมสมัย
ผ่านเรื่องราวของหลากหลายชีวิตที่เชื่อม
โยงกันด้วยบทเพลงเศร้าโศก
คับคั่งด้วยนักแสดงมากฝีมือ อาทิ ชาคริต แย้มนาม, น้อย วงพรู,
เดือนเต็ม  สาลิตุล,  สินินทรา  บุญยศักดิ์  
และ สุเชาว์  พงษ์วิไล  ซึ่งได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมประกวด
และฉายรอบปฐมทัศน์โลกในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองปูซาน ครั้งที่
13 ประเทศเกาหลี
“A Moment in June”
เป็นผลผลิตจากโครงการสัมมนา
โพรดุยร์ โอ ซุด กรุงเทพฯ ครั้งที่ 1”
ซึ่ง
จัดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลภาพยนตร์โลก ฯ ครั้งที่ 3
โดยโครงการทำภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมสัมมนากับแหล่งเงินทุน
ในเทศกาลภาพยนตร์
3 ทวีป ที่เมืองน็องต์ ประเทศฝรั่งเศสเมื่อ พ.ศ. 2547

Photobucket 

 

Chants of Lotus

Photobucket

Chants Of LotusIndonesia / 2007 / 105min / 35mm / Colour
Original Title: Perempuan Punya Cerita
Language: Indonesian
Genre: Drama
Director: Upi Avianto, Nia Di Nata, Fatimah Rony, Lasja F. Susatyo
Producer: Nia Di Nata
Screenwriters: Vivian Idris, Melissa Karim
Sound: Satrio Budiono, Suhadi
Music: Bembi Gusti, Aghi Narottama, Gascaro Ramondo 
Cast: Susan Bachtiar, Kirana Larasati, Fauzi Baadila, Rieke Dyah Pitaloka, 

Photobucket

SynopsisFour women filmmakers tackle four different stories about lives of marginalised women in Indonesia: in “Chant From an Island”, a midwife sacrifices her health to rescue a mentally challenged woman; in “Chant From a Tourist Town, a high-school student toys around with an overwhelming access to free sex, which may put her life in jeopardy; in “Chant From a Village”, a single mother is forced to see her daughter and her best friend fall victims to a trafficking syndicate; and in “Chant From the Capital City”, a middle class Chinese woman is about to be separated from her only daughter because of an HIV threat. Both challenging and poignant, the film presents a portrayal of Indonesian women unlike anything ever seen on screen in recent times. 
Print SourceKalyana Shira FilmsJI. Bunga Mawar No.9Cipete SelatanJakarta 12410Indonesia
Tel: +6221-750 3223/25   Fax: +6221-769 4318
Email: Kalyanashira@yahoo.com

 

Fiction

Photobucket

Fiction Indonesia / 2008 / min / 35mm / Colour
Original Title: Fiksi
Language: Bahasa Indonesia
Genre: Drama
Director: Mouly Surya
Producers: Parama Wirasmo, Tia Hasibuan, Sapto Soetarjo
Screenwriters: Joko Anwar, Mouly Surya
Cinematographer: Yumus Pasolong
Editor: M. Ichsan
Sound: Satrio Budiono, Yusuf A. Patawari, Aufa Rahmat Triangga Ariaputra
Music: Zeke Khaseli
Cast: Ladya Cheryl, Donny Alamsyah, Kinaryosih 

Photobucket

SynopsisAlisha’s pursuit of love draws her to a block of flats where she moves in next door to a room where Bari lives with his long-time girlfriend Renta. The vacuum in Alisha’s life is now filled with the laughter, love and arguments she overhears from next door. Alisha is determined to do anything to get closer to Bari. 
Print SourceCine Surya Production

Email: info@cinesurya.com

 

 

 

Hashi

 

Photobucket 

 

 Hashi Japan, Singapore, Malaysia / 2008 / 112min / Beta SP/ Colour
Original Title: Hashi
Language: Japanese
Genre: Drama
Director: Sherman Ong
Producers: Masoe Karnachi, Jin Matsuura
Screenwriter: Sherman Ong
Cinematographer: Ming An
Editor: Aki Yasu 
Sound: Matsuura Jin, Uchimaru Kohei, Kamachi Masae
Music: Bernard Ng Jin Choon, Hideki Yamamoto
Cast: Shinohara Keiko, Kato Naoko, Hirano Seiko, Nagatome Kanako  
SynopsisA film that deals with very relevant issues in our everyday lives, Hashi centres on three women from three age groups - Shino(50s), Junko(30s) and Momo(20s). Momo is a lunch box delivery girl who sends lunches to Shino and Junko - colleagues in an office. Momo always tells her dreams to Shino or Junko. One day Shino gets a call from an ex-boyfriend whom she has not met for 30 years. Junko has doubts about her relationship with her boyfriend. Their three lives cross and diverge in oblique and tangential ways. Print SourceStudio Shermano 5 Pine Close #07-135 Singapore 391005Tel: 65 9388 2813

Email: ben@shermanong.com

 

 

 

Me And Mine  

Photobucket
Photobucket
Photobucket

Me And Mine Thailand / 2008 / 120min / DV Cam / Colour
Original Title:  TuaKoo Kongkoo

Photobucket

Language:  
Thai
Genre: Drama
Director: Santi Taepanich
Producer: Santi Taepanich
Screenwriter: Santi Taepanich
Cinematographers: Paradorn Jaidee, Danai Yoktubtim, Santi Taepanich
Editor: Santi Taepanich
Cast: Pen-Ek Ratanaruang, Tada Varich, Pichet Klunchun, Udom Taepanich, The Modern Dog 

Synopsis When people want to start something, many become full of doubt about the outcome. Some are hurt, some become sarcastic. Some find a new truth from the experience. 
Print SourceSanti TaepanichTel: 66 81 8673366Email: eatdog29@yahoo.com
 

Photobucket


 
Quickie Express

Photobucket
Photobucket

Quickie Express Indonesia / 2007 / 117min / 35mm / Colour
Language: Bahasa Indonesia
Genre: Comedy
Director: Dimas Djayadiningrat
Producers: Nia Dinata, Elza Hidayat
Screenwriter: Joko Anwar
Cinematographer: Roy Lolang
Editor: Wawan I. Wibowo
Sound: Satrio Budiono
Music: Aghi Narottama, Bemby Gusti
Cast: Sandra Dewi, Tio Pakusodewo, Lukman Sardi, Tora Sudiro 
SynopsisJojo lives in Jakarta and is always changing his job. But he never gives up trying out a new job after being fired from the last one. His good fortune starts when he gets an offer to work at a male escort service company to satisfy the sexual needs of lonely rich wives. Jojo gets a better life, but his career as a gigolo leads him to a far more complicated life than he can ever imagine. 
Print SourceJamal MustawaJI. Bunga Mawar No.9Cipete Selatan, Jakarta 12410 Indonesia
Tel: +6221-750 3223/25   Fax: +6221-769 4318
Email: Kalyanashira@yahoo.com 

 

Sell Out 

Photobucket

Photobucket

Sell OutMalaysia / 200
8 / 119min / 35mm / Colour
Original Title: Sell Out
Language: Manglish (Malaysian English), English, Cantonese, Mandarin
Genre: Drama
Director: Yeo Joon Han
Producer: Yeo Joon Han
Screenwriter: Yeo Joon Han
Cinematographer: Eric Yeong
Editor: Yeo Joon Han
Sound: Sean Chia @ Ram
Music: Yeo Joon Han, Jamorn Vathakanon, Bruno Brugnano
Cast: Jerrica Lai, Peter Davis, Kee Thuan Chye, Lim Teik Leong,
Lee Szu Hung, Wong Wai Hoong, Hannah Lo
 
SynopsisRafflesia Pong, the host of a hopeless Arts programme, shoots to fame when her ex-boyfriend dies on her show. Recognising the power of death on TV, she creates a show where she interviews people at their moment of death. However, she soon learns it's not always easy to find dying people… 
Print SourceYeo Joon HanAmok Films Sdn. Bhd., 94-2, Jalan 4/91, Taman Shamelin Perkasa, 56100 Kuala Lumpur, Malaysia.
Tel: +6012.3800 298Fax: +603.9200 1511
Email: joonhan@amokfilms.com 


 

edit @ 13 Oct 2008 16:35:56 by tIK*

 

หนังโหมด Latin America

 

Headless Woman, The

Headless Woman, The

                   

Argentina, France, Italy, Spain / 2008 / 87min / 35mm / Colour

Original Title: Mujer Sin Cabeza, La

Language: Spanish

Genre: Drama

Director: Lucrecia Martel

Producer: Lucrecia Martel, Pedro Almodovar, Marianne Slot

Screenwriter: Lucrecia Martel

Cinematographer: Barbara Alvarez

Editor: Miguel Schverdfinger

Sound: Guido Berenblum

Cast: Maria Onetto, Claudia Cantero, Cesar Bordon, Daniel Genoud

Award:

2008 Nominated Golden Palm: Cannes Film Festival, France

 

Synopsis

A woman is driving on the highway, becomes distracted and runs over something. On the days following this incident, she fails to recognize the feelings that bond her to things and people. She just lets herself be taken by the events of her social life. One night she tells her husband that she killed someone on the highway. They go back to the road only to find a dead dog. Friends close to the police confirm that there were no accident reports. Everything returns to normal and the bad moment seems to be over until the news of a gruesome discovery.

 

Print Source

Focus Features International [GB]  

Oxford House

76 Oxford Street, 4th floor

London W1D 1BS

Tel: +44 207 307 1330

Web: www.focusfeatures.com

 

edit @ 13 Oct 2008 17:18:15 by tIK*

edit @ 13 Oct 2008 17:55:17 by tIK*

 

เมื่อวันที่ 8 ตุลา
ไปงานแถลงข่าวมา
พอดีส่งงานประกวดไป
เลยได้บัตรเชิญมาร่วมงาน

ปีนี้โปสเตอร์เป็นฝีมือของเด็ก 5 ขวบนะคะ
น่ารักจิงๆ หมายถึงน้องเค้าน่ารัก
ใครยังไม่เห็นไปหาดูได้นะ

งานเค้าเริ่มวันที่ 24 ตุลาคม
แต่สำหรับเรื่อง
“A Moment in June”
ที่ได้รับเลือกเป็นหนังเปิดเทศกาล
ต้องเป็นแขกที่ได้รับบัตรเชิญเท่านั้นนะคะถึงจะดูได้
อันนี้ก็อดเหมือนกัน
คงต้องรอดูอีกทีว่าจะได้บัตรเชิญหรือเปล่า
อยากได้จังเลย
รอมานาน  อยากดูจริงๆ

ระหว่างที่รอเปิดเทศกาลอย่างเป็นทางการวันที่ 24 ตุลา
ช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องตัดสินใจเลือกกันให้ดีล่ะว่า
ปีนี้จะดูภาพยนตร์เรื่องอะไรดี

จะพยายามรีวิวให้เยอะๆ
พอดีข้อมูลทั้งหมดอยู่ในแผ่น CD ที่ทางงานเค้าแจกมา
ให้เป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจของคอหนังล่ะกัน

ตารางโปรแกรมนะคะ

 
PROGRAMME 6thWORLD FILM FESTIVAL OF BANGKOK
  Venue: Paragon Cineplex 24th October - 2nd November 2008
Date   Time   Paragon Cineplex 12 (Beta & DVD Format)  
           
    12:00   Manus Chanyong (Thailand, 2008, 38min, DVD, S) Q&A  
        A Paralyed Circus (Thailand, 2008, 60min, DVD, F) Q&A  
    14:30   The Bracelet (Singapore, 2008, 23min, 35mm, S)  
        Through The Eastern Gate(Switzerland, 2007, 50min, DVD, D)  
    17:00   All Human Beings Are Born Free And Equal Programme 1  
        International, 2008, 158min, DVD, S,   
           
           
        Paragon Cineplex 13  
           
SAT 12:00   That Day  
25     Switzerland, 2007, 95min, 35mm, F  
Oct 14:30   Quickie Express  
2008     Indonesia, 2007, 117min, 35mm, F  
    17:00   The Path  
        Costa Rica, 2008, 90min, 35mm, F  
           
           
           
        Paragon Cineplex 14  
           
    12:00   Adriana  
        Portugal, 2005, 102min, 35mm, F  
    14:30   La France  
        France, 2007, 102min, 35mm, F  
    17:00   Mandi (Q&A)  
        India,1982,167min, 35mm, F  
    20:30   The Headless Woman  
        Argentina, 2008, 87min, 35mm, F  
           
           
Date   Time   Paragon Cineplex 12 (Beta & DVD Format)  
    13:00   G16G17 (Malaysia, 2007, 18min, Beta, S)  
      Out Of Focus (Israel, 2007, 70min, Beta, D)  
    15:00   Listener's Tale  
      India, 2007, 70min, Beta, D  
    17:30   Derek  
      USA, 2007, 81min, Beta, No Eng Sub.  
  20:30   New Age  
    Netherlands, 2007, 75min, Beta, Experimental  
         
         
      Paragon Cineplex 13  
    15:00   Jubilee  
SUN   UK, 1977, 100min, 35mm, F, No Eng Sub.  
26 17:30   Adults Only (Malaysia, 2007, 11min, 35mm, S)  
OCT   Her Name Is Sabine (France, 2007, 85min, 35mm, D)  
2008 20:30   Kiss Of Spider Woman  
        Brazil-USA, 1985, 120min, 35mm, F, Some Eng Sub.  
           
           
        Paragon Cineplex 14  
    15:00   Return To Goree  
      Switzerland-Luxemberg, 2007, 110min, 35mm, D  
    17:30   Bhumika  
      India, 1977, 142min, 35mm, F  
    20:30   The Watercolorist (Q&A)  
        Peru, 2008, 88min, 35mm,  F  
           
           
Date   Time   Paragon Cineplex 12 (Beta & DVD Format)  
    15:30   Wings Of Blue Angel (Thailand, 2007, 30min, Beta, S) Q&A  
        Listener's Tale (India, 2007, 70min, Beta, D)  
    18:20   Derek  
      USA, 2007, 81min, Beta, No Eng Sub.  
    20:00   The Past  
        Argentina-Brazil, 2007, 114min, 35mm, F  
           
           
        Paragon Cineplex 13  
27 15:30   Quickie Express  
MON     Indonesia, 2007, 117min, 35mm, F  
OCT 18:20   Adults Only (Malaysia, 2007, 11min, 35mm, S)  
2008   Her Name Is Sabine (France, 2007, 85min, 35mm, D)  
    20:00   That Day  
        Switzerland, 2007, 95min, 35mm, F  
         
           
        Paragon Cineplex 14  
    13:00   The Headless Woman  
        Argentina, 2008, 87min, 35mm, F  
    15:30   Manthan  
        India, 1976, 134min, 35mm, F  
    18:20   Adriana  
      Portugal, 2005, 102min, 35mm, F  
    20:00   Angel (Q&A)  
        Sweden, 2008, 112min, 35mm, F  
           
           
Date   Time   Paragon Cineplex 12 (Beta & DVD Format)  
    13:00   Word Within The Word  
        India, 2008, 76min, Beta, D  
    15:20   A Jihad For Love  
        USA-France-UK, 2007, 81min, D, Beta, No Eng Sub.  
    18:00   New Age  
        Netherlands, 2007, 75min, Beta, Experimental  
    20:30   Graphic Cities  
        UK, 2007, 60min, DVD, S, No Eng Sub.  
           
           
        Paragon Cineplex 13  
    15:20   Cherry Blossoms-Hanami  
TUE     Germany, 2008, 126min, 35mm, F  
28 18:00   The Sky, The Earth And The Rain  
OCT     Chile-France-Germany, 2008, 110min, 35mm, F  
2008 20:30   The Path  
        Costa Rica, 2008, 90min, 35mm, F  
           
           
        Paragon Cineplex 14  
    13:00   La France  
        France, 2007, 102min, 35mm, F  
    15:20   Samar  
        India, 1998, 126min, 35mm, F  
    18:00   Angel  
        Sweden, 2008, 112min, 35mm, F  
    20:30   The Watercolorist  
        Peru, 2008, 88min, 35mm,  F  
           
           
Date   Time   Paragon Cineplex 12 (Beta & DVD Format)  
    13:00   Word Within The Word  
        India, 2008, 76min, Beta, D  
    15:20   A Jihad For Love  
        USA-France-UK, 2007, 81min, D, Beta, No Eng Sub.  
    18:00   New Age  
        Netherlands, 2007, 75min, Beta, Experimental  
    20:30   Graphic Cities  
        UK, 2007, 60min, DVD, S, No Eng Sub.  
           
           
        Paragon Cineplex 13  
    15:20   Cherry Blossoms-Hanami  
TUE     Germany, 2008, 126min, 35mm, F  
28 18:00   The Sky, The Earth And The Rain  
OCT     Chile-France-Germany, 2008, 110min, 35mm, F  
2008 20:30   The Path  
        Costa Rica, 2008, 90min, 35mm, F  
           
           
        Paragon Cineplex 14  
    13:00   La France  
        France, 2007, 102min, 35mm, F  
    15:20   Samar  
        India, 1998, 126min, 35mm, F  
    18:00   Angel  
        Sweden, 2008, 112min, 35mm, F  
    20:30   The Watercolorist  
        Peru, 2008, 88min, 35mm,  F  
           
           
Date   Time   Paragon Cineplex 12 (Beta & DVD Format)  
    12:00   Way (S) + Lost And Found (S) Thailand, 2008, Q&A  
        Jerusalem: The East Side Story   
        Palestine, 2007, 57min, DVD, D, No Eng Sub  
    14:30   All Human Beings Are Born Free And Equal Programme 2  
        International, 2008, 136min, DVD, S,   
    17:30   Coffee Faces (Germany-Brazil, 2007, 60min, Beta, D)  
        Chang Programme (Thailand, 2007, 29min, DVD, D)  
    20:00   Seven Dumpsters And A Corspe (Q&A)  
        Switzerland, 2007, 81min, 35mm, D  
           
           
        Paragon Cineplex 13  
WED 12:00   Kiss Of Spider Woman  
29     Brazil-USA, 1985, 120min, 35mm, F, Some Eng Sub.  
OCT        
2008 14:30   The Sky, The Earth And The Rain  
        Chile-France-Germany, 2008, 110min, 35mm, F  
    17:30   Cherry Blossoms-Hanami  
        Germany, 2008, 126min, 35mm, F  
           
           
        Paragon Cineplex 14  
    12:00   Return To Goree  
        Switzerland-Luxemberg, 2007, 110min, 35mm, D  
           
    14:30   Zubeidaa  
       

India, 2001, 153min, 35mm, F

 

 
    17:30   Fiction (Q&A)  
        Indonesia, 2008, 105min, 35mm, F  
    20:00   Caravaggio  
        UK, 1986, 93min, 35mm, F, No Eng Sub.  
           

         
  15:00 Dancing Alfonso (Israel, 2008, 50min, Beta, F) 
    Flowers Of Rawanda (Spain, 2008, 24min, DVD, D)
THU 17:50 Lady Kul Arab (Israel, 2008, 56min, Beta, D)
30   Crystal Power + Everything Has Its Time
OCT   Thailand, 2008, 32min, Beta, D
2008 19:30 Pixote: The Law Of Weakest
    Brazil, 1981, 128min, DVD, F
15:00 The Past
  Brazil, 2007, 114min, 35mm, F
17:50 Two Lines (Q&A)
  Turkey, 2008, 97min, 35mm, F
   
19:30 Sell Out (Q&A)
  Malaysia, 2008, 119min, 35mm, F
15:00 Manthan
  India, 1976, 134min, 35mm, F
17:50 The Angelic Conversation
  UK, 1985, 78min, 35mm, F, No Eng Sub.
   
19:30 Fiction
  Indonesia, 2008, 105min, 35mm, F
  13:30 Wind (Singapore, 2007, 8min, 35mm, S)
FRI   La Rabia (Argentina,2008, 83min, Beta, F)
31 16:30 The Bracelet (Singapore, 2008, 23min, 35mm, S)
OCT   Word Within The Word (India, 2008, 76min, Beta, D)
2008 19:00 Me And Mine (Q&A)
    Thailand, 2008, 120, DV Cam, D, No Eng Sub.
13:30 Sita Sings The Blues
  USA, 2008, 82min, 35mm, A, No Eng Sub.
16:30 Eat, For This Is My Body
  Haiti, France, 2007, 105min, 35mm, F
19:00 A Moment In June (Q&A)
  Thailand, 2008, 106min, 35mm, F
13:30 Bhumika
  India, 1977, 142min, 35mm, F
16:30 Chants Of Lotus (Q&A)
  Indonesia, 2007, 105min, 35mm, F
19:00 Three Monkeys
  Turkey, 2008, 109min, 35mm, F
  13:00 Me And Mine
    Thailand, 2008, 120, DV Cam, D, No Eng Sub.
SAT 15:30 Disability Short Film Festival & Seminar 2008 (Q&A)
1   Thailand, 2008, 120min, F, No Eng Sub.
Nov 18:00 Hashi
2008   Japan-Singapore-Malaysia, 2008, 112min, DV Cam, F
     
     
13:00 A Moment In June
  Thailand, 2008, 106min, 35mm, F
15:30 Eat, For This Is My Body
  Haiti, France, 2007, 105min, 35mm, F
18:00 Sell Out
  Malaysia, 2008, 119min, 35mm, F
   
   
13:00 Samar
  India, 1998, 126min, 35mm, F
15:30 Chants Of Lotus
  Indonesia, 2007, 105min, 35mm, F
18:00 Summer Book
  Turkey, 2008, 92min, 35mm, F
20:20 Waltz With Bashir
  Israel, 2008, 90min, 35mm, A
*** Saturday 1 November 19:00, The Closing Ceremony:
An outdoor screening of ''Shine A Light" directed by Martin Scorsese at Paragon Park
  13:00 A Jihad For Love
SUN   USA-France-UK, 2007, 81min, D, Beta, No Eng Sub.
2 16:00 Four Dishes (Singapore, 2008, 8min, Beta, S)
NOV   La Rabia (Argentina,2008, 83min, Beta, F)
2008 18:20 Seven Dumpsters And A Corspe
    Switzerland, 2007, 81min, 35mm, D
13:00 Summer Book
  Turkey, 2008, 92min, 35mm, F
16:00 Two Lines
  Turkey, 2008, 97min, 35mm, F
18:20 Sita Sings The Blues
  USA, 2008, 82min, 35mm, A, No Eng Sub.
13:00 Zubeidaa
  India, 2001, 153min, 35mm, F
16:00 Three Monkeys
  Turkey, 2008, 109min, 35mm, F
18:20 Waltz With Bashir
  Israel, 2008, 90min, 35mm, A
D=Documentary, F=Feature, S=Short Film, A=Animation
Subject to change due to the aviabilities of the Print
SHOW STUDENT ID GET 50% DISCOUNT
         

 ยังไม่หมดนะแต่เดี๋ยวจะทำต่อ
พอดีต้องเอามาเรียงใหม่ อันที่เค้าให้มา
มานกว้างกว่าขนาดบลอกกำหนดจ้า

 

พารากอน ซีนีเพล็กซ์  ระหว่างวันที่  24  ตุลาคม ถึง 2 พฤศจิกายนนี้

นายเกรียงศักดิ์ ศิลากอง ผู้อำนวยการเทศกาลภาพยนตร์โลกฯ ครั้งที่ 6  เปิดเผยรายละเอียดของภาพยนตร์ที่จะนำมาฉายในเทศกาลว่าแบ่งออกเป็น 8 สายหลักคือ ภาพยนตร์โลก ภาพยนตร์เอเชียร่วมสมัย ภาพยนตร์ลาตินอเมริกาที่น่าจับตามอง ภาพยนตร์สารคดี ภาพยนตร์สั้น รวมงานโดดเด่นของ เฮคเตอร์ บาเบนโก้  รวมงานโดดเด่นของดีเร็ค จาร์มาน  และรวมงานโดดเด่นของชยาม เบเนกัล ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังชาวอินเดียที่จะได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติคุณ โลตัส อวอร์ด จากเทศกาลในปีนี้

 

กะว่าพุ้งนี้จะอีกแต่ก็ลืมอีกตามเคย

 

 

edit @ 12 Oct 2008 21:32:44 by tIK*

The Dark Knight

The Dark Knight : เส้นบางที่เชื่อมระหว่าง "คนดี" กับ "คนชั่ว"


ชื่อเรื่อง : แบทแมน อัศวินรัตติกาบ
ประเภท : แอคชั่น
วันเข้าฉาย : 17 กรกฏาคม 2551
นักแสดงนำ : บรูซ เวย์น , ฮีธ เลดเจอร์ , มอร์แกน ฟรีแมน

ภาคต่อของภาพยนตร์แอ็คชั่นเรื่องฮิตตลอดกาล Batman Begins,The Dark Knight นำพาผู้กำกับฯ คริสโตเผอร์ โนแลน มาพบกับดาราหนุ่ม คริสโตเฟอร์ โนแลน ผู้กลับมารับบทแบทแมน/บรูซ เวย์น เพื่อสานต่อสงครามอาชญากรรมด้วยความช่วยเหลือของผู้หมวดจิม กอร์ดอน และอัยการเขตฮาร์วีย์ เดนท์ แบทแมนมุ่งมั่นที่จะทำลายล้างองค์กรอาชญากรในกอธแฮมให้สิ้นซาก การทำงานแบบสามทหารเสือดูเหมือนจะสัมฤทธิ์ผล แต่ไม่ช้าพวกเขากลับพบว่าตกเป็นเหยื่อของอาชญากรอย่าง โจ๊กเกอร์ ผู้ซึ่งทำให้กอธแธมต้องตกอยู่ในความสับสนและบีบบังคับให้อัศวินดำต้องเฉียดเข้าไปใกล้เส้นแบ่งระหว่างวีรบุรุษและวายร้ายมากยิ่งขึ้น...

 

ข้อความทั้งหมดเป็นข้อความบอกเล่าเนื้อเรื่องบางส่วนของภาพยนตร์
ที่เห็นได้ทั่วไปตามแฮนบิลล์โปรโมทภาพยนตร์เรื่องนี้

หนังฟอร์มยักษ์ที่ทำให้คุณไม่อยากจะลุกจากที่นั่งไปไหน
แม้กระทั่งปวดฉี่จนแน่นท้องในเวลา 3 ชั่วโมงของการชมภาพยนตร์
เพราะหนังทำให้เราไม่รู้ตัวว่าดูไปนานเท่าไหร่แล้ว
หนัง3 ชั่วโมงยาวมาก
แต่ดูแล้วเพลินเหมือนหนัง 2 ชั่วโมงทั่วไป
หรือบางที อาจจะลืมไปเลยว่ากำลังนั่งดูหนังที่มีเวลาจำกัด
กล่าวคือ

 

ไม่มีเวลาที่จะทำให้คุณละสายตาจากจอภาพยนตร์
เหลือบมองดูนาฬิกา
ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว
นั่งอยู่ในโรงนานแค่ไหนแล้ว
และเมื่อไหร่จะจบ

เพราะคุณไม่อยากให้หนังเรื่องนี้จบ
นั้นคือความรู้สึกที่หลาย ๆ คนเป็นเช่นนั้น

พูดถึงโดยรวมของหนัง
เป็นหนังแนว แอ็คชั่น
แต่
ตัวเนื้อเรื่องของหนังเรื่องนี้
ไม่ได้เป็นหนังแอ็คชั่นที่อาจจะไม่มีเหตุผลในการใส่ฉากแอ็คชั่นลงไป
เพราะทุกฉากมีความหมายอยู่ในตัวเองหมด
ทุกฉากของช่วงจังหวะการแสดงบทบาทแอ็คชั่นไม่ว่าจะอัศวินหรือเหล่าวายร้าย
ล้วนมีปมและเหตุผลอยู่ในการกระทำนั้นเสมอ
แต่ จะมีใครสัมผัสประเด็นตรงนั้นได้

 

หนังแอ็คชั่น ขายที่ความตระการตาของฉากทำลายล้างที่ใช้งบประมาณมหาศาลในการทำลายข้าวของ
ถือได้ว่าเป็นจุดแรกของการขายหนังแอ็คชั่น
ส่วนรายละเอียดที่ตามมาที่ผู้ชมจะได้รับในภาพยนตร์
คือ ผลพลอยได้ที่คนดูจะได้รับ และซึมซับตามแต่บุคคล


The Dark Knight

 


เปิดฉากมาที่ การเปิดตัวของโจ๊กเกอร์ ที่ ฮีธ เลดเจอร์ เล่นเอาไว้ได้ดีเหลือเกิน
เรียกว่าเป็นบทบาทที่แทบจะชิงบทเด่นที่สุดมาจากแบทแมนเลยก็ว่าได้
นั้นไม่ใช่เพราะเราให้เกียรติแก่ ฮีธ เลดเจอร์ ที่จากพวกเราไปอย่างสงบ
แต่เพราะ นั้นคือความจริงที่ว่า
ฮีธ เลดเจอร์ ทำให้เราเชื่อในบทบาทนั้น
ชั่วได้ใจจริงๆ แต่ในความชั่วนั้น สิ่งที่เราได้เห็นจากเขาก็คือ
ส่วนลึกของจิตใจคน
การทำชั่วของเขา ไม่ใช่เพื่อตัวเขา
แต่เพื่อโลก เพื่อที่จะให้ โลกประจักษ์กับคำว่า


"ความดี ความชั่ว มันอยู่ใกล้กันมาก"
คนที่ดีที่สุด อาจกลายเป็นคนที่ชั่วที่สุด เมื่อถึงจุดหนึ่งแห่งการพลิกพลันของส่วนลึกในจิต
ใจ"

โจ๊กเกอร์ เป็นตัวดำเนินเรื่องที่ดีมากในภาคนี้
เขาเป็นตัวทำลายล้างที่มีสมองมากกว่าตัวร้ายอื่นๆ ในหลายๆเรื่อง
แม้ว่าตัวร้ายในเรื่องอื่นอาจจะเก่งกาญด้านเทคโนโลยี มีมันสมองด้านนี้เป็นเลิศ


แต่โจ๊กเกอร์ต่างกันตรงที่
ตัวของโจ๊กเกอร์เอง ซึบซับถึงจิตใจได้มากที่สุด
เป็นวายร้ายที่เล่นกับจิตวิทยาได้อย่างโหดเหี้ยม สยดสยองที่สุด
ในความเป็นวายร้ายของโจ๊กเกอร์ มีบางสิ่งที่ทำให้รู้สึกขัดแย้งอยู่ลึกๆว่า
เขาเป็นคนดี เพียงแต่มีบางสิ่งที่ทำให้คนดีๆอย่างเขาต้องเปลี่ยนไป
สภาพสังคม ครอบครัว การเลี้ยงดู พื้นฐาน ความทรงจำที่โหดร้าย ของสังคมที่ทำให้เขาเป็นอย่างทุกวันนี้
เขาจึงอยากจะกลับมา เพื่อ บอกโลกว่า


"ทุกสิ่งที่โลก ที่ชาวเมืองกอธแธม จิตใจที่โหดเหี้ยม
เห็นแก่ตัวของชาวเมืองกอธแธม ได้ทำกับเขา เขาจะเอาคืนให้หมด"


โจ๊กเกอร์ไม่ได้ฆ่าทีละคน เขาไม่ได้เป็นผู้ฆ่า แต่เป็นคนสั่งให้คนฆ่ากันเอง
นิคือ จิตวิทยา ที่น่ากลัวที่สุด
น่ากลัวกว่าการเอามือแทงกัน เอามือยิงกัน เพราะสิ่งที่โจ๊กเกอร์ทำ มัน "ทรมานมากกว่านั้น"

ขนาดที่ทำให้แบทแมนแพ้ใจตัวเองหลายครั้ง
สับสนจนทำอะไรไม่ถูกหลายหน

จะว่าไปแล้ว
ภาคนี้ โจ๊กเกอร์เด่นกว่า แบทแมน ซะอีก
ทั้งการคิดแผนการที่แยบยล ป่วนหัวแบทแมนและชาวเมือง
ให้ตกอยู่ในสภาวะของความตึงเครียด วุ่นวาย สับสน
ด้วยอำนาจเหนือการควบคุม ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ "จิตใจ ของใครของมัน"

ตัวหนังทำให้คนดูตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับชาวเมือง หรือตัวละครย่อย ๆ ภายในเรื่องได้อย่างร้ายกาจ
ยิ่งอินกับบทภาพยนตร์มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเกลียดการกระทำของคนในเรื่องมากเท่านั้น
แต่ลืมไปอย่างนึงรึป่าว ว่า คนดูอย่างเราๆ
ก็เป็นเช่นเดียวกับ คนทั้งหลายในเรื่องเหมือนกัน
ถ้าเป็นคุณ
จะเลือกทำอย่างไร

"ให้ตัวเองมีชีวิตรอด โดยแลกกับ การสูญเสียของคนจำนวนมาก

"ยอมเสียชีวิตคนเลวๆ ในสายตาของหลายๆคน หรือ เคยเลว
เพราะเห็นว่าไม่มีค่า ไม่สมควรมีชีวิตอยู่ แค่นั้นหรือที่คุณตัดสิน"

"คนเลวๆ ที่สังคมรังเกียจ ทำไมถึงไม่ลงมือทำบางสิ่ง
ทั้งที่ เคยทำมาแล้วครั้งหนึ่ง ทำไมเค้าถึงไม่เลือกที่จะทำ"

อีกหลายข้อสงสัย
ที่แน่นอนว่า นั้นเป็นบทพิสูจน์ความร้ายกาจที่พวกเราลืมไม่ลง

 

คนที่ดีที่สุดสามารถกลายเป็นคนที่เลวที่สุดได้เช่นเดียวกัน

 ข้อนี้เองที่โจ๊กเกอร์พยายามจะทำให้พวกเราได้รับรู้ถึงความเป็นจริงข้อนี้ "คนดีก็เลวเป็น"
มนุษย์เรามีสองด้านเสมอเพียงแต่ว่า พวกเราจะถูกด้านไหนครอบงำเพียงเท่านี้
ตัวเอกอีกคนในเรื่องที่ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่เด่นเท่ากับโจ๊กเกอร์หรือตัวพระเอกตลอดกาล แบทแมน เองก็เหอะ
แต่ตัวละครตัวนี้มีความสำคัญมาก ขาดไม่ได้ เพราะอะไร?

เพราะว่า ตัวละครตัวนี้เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นของผมปัญหาและบทสรุปของปัญหาที่สะท้อนออกมาจาก
ความเป็นจริงของสังคมในแง่มุมอีกด้านหนึ่งของคนดีๆคนหนึ่ง
ที่ เมื่อถึงจุดที่สูญเสียที่สุด หรือตกต่ำสุดในชีวิตไปแล้ว เขาก็สามารถที่จะทำอะไรก็ได้
ซึ่งบางสิ่งนั้น พวกเราอาจไม่อยากจะให้เกิดขึ้นจริงเลย แต่ก็ไม่สามารถห้ามได้
บางทีการตัดสินใจครั้งสุดท้ายของคนที่ไม่คาดคิด อาจจะน่ากลัวกว่าที่คิด
นั้นคือสิ่งที่ถูกผูกเป็นปมให้กับตัวละครตัวนี้

พูดถึงนางเอกของเรื่ง

ไม่รุ้จะเรียกว่าอะไร สงสัยคงจะเป้นเพราะ นิแหละคือ ผู้หญิงของซุปเปอร์ฮีโร่หรือเปล่า?
ลองย้อนกลับไปดูหลายๆ เรื่อง สไปเดอร์แมน ซุปเปอร์แมน หรืออะไรก็ตามที่เป้นหนังซุปเปอร์ฮีโร่
นางเอกจะมีรูปร่าง ลักษณะ คล้ายๆกันโดยทั้งสิ้น



บทบาทของที่ในภาคนี้ เราไม่อาจรุ้ได้เลยว่า ทำไมเธอถึงเลิกกับพระเอก
เพราะในตอนจบของแบทแมน ภาคแรก ยังรักกันหวานซึ้งอยู่เลย
แต่ตอนสุดท้ายตัวของเธอก็ได้เผยให้เราเห้นแล้วว่า เหตุผลที่แท้จริงของเธอคืออะไร?
คำตอบอาจจะเป็นสิ่งที่เจ้บปวดสำหรับแบทแมน แต่มันอาจจะเป็นทางออกที่ถูกต้องและสมควร
สำหรับคนอีกสองคนที่รักกัน ก็เป้นได้ ผุ้ชายคนปัจจุบันที่เธอคบอาจจะไม่ได้วิเศษเลิศเลอ มีพละกำลัง
แต่เขารักเธอ และเขาเป็นคนดี บางครั้งเธอก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่า คนที่ดูแลเธอได้ อยู่กับเธอได้
ซึ่งในข้อนี้ แบมแมนต้องยอมรับความจริงซะแล้ว
จึงเป็นเหตุผลที่ทำไมแบทแมนไม่พยายามแย่งเธอกลับมา

 

อัพไปก่อนดีกว่านะ
ดองไว้นานแล้ว
ยังไม่จบเลย

 

โปรดติดตามภาค 2

 

edit @ 2 Oct 2008 15:17:22 by tIK-alone

Hellboy 2 The Golden Army

Hellboy 2 The Golden Army
สำหรับภาค 2 ของเฮลบอย
ผลงานของผู้กำกับ Guillermo Del Toro
ที่เคยสร้างผลงานและได้รับรางวัลกับ Pan's Labyrinth
หนังแนวแฟนตาซีกับฉากตัวละครที่มีฝีมือการแต่งหน้าอันแสนสยดสยอง

ตรงนี้อาจจะเป็นจุดขายให้กับหนังเรื่องนี้ได้
สำหรับท่านที่เคยชมภาพยนตร์แฟนตาซีเรื่อง Pan's Labyrinth ถึงแม้ว่าเนื้อเรื่องกับบท
สรุปของเรื่องนี้อาจจะแฟนตาซีมากไปซะหน่อย
แต่ก็ถือว่าความทุ่มเทในการสร้างตัวละครยอดเยี่ยม
ฉากตอนเจ็บปากก็เสียวซะ
เอาเป็นว่าไว้จะเอาเรื่องนี้มาเขียนล่ะกัน


พูดถึง Hellboy ภาคแรกก่อน
หนังเรื่องนี้ไม่ได้ดังอะไรมาก
หรือว่าตอนนั้นไม่ได้สนใจก็ไม่รู้
ตอนนั้นยังอยู่เชียงราย โรงหนังเชียงรายหนังไม่ค่อยเข้าสักเท่าไหร่
จำได้ว่าเจอหนังเรื่องนี้ที่ร้านเช่าวิดีโอ
ช่วงนั้นไม่มีอะไรดูพอดี ก็เลยเช่ามาดู
แค่นั้น นั้นคือเหตุผลที่เราได้รู้จักกัน
ฮ่า!!

สำหรับภาคแรกเป็นปฐมบทการเปิดตัวสัตว์ประหลาดตัวแดงจากนรก

สำหรับภาคสอง สิ่งที่เพิ่มเข้ามามากขึ้น
ก็คือ อารมณ์ของตัวละครที่มีความลึกซึ้ง ซับซ้อนมากขึ้น
"สัตว์ประหลาด ก็มีหัวใจ" นะจ๊ะ
นั้นอาจจะเป็นสิ่งที่เขาต้องการจะบอกเรา

สัตว์ประหลาดกับมนุษย์ต่างกันแค่รูปร่างหน้าตา แต่จิตใจก็เหมือนกัน

 

ตัวของRed รู้สึกเหมือนหุ่นจะเฟิร์มขึ้นรึป่าวนะ
ตัวของLiz คู่รักของRed มาได้ไงจำไม่ได้แล้วแหะ
ภาคแรกมีรึป่าว อันนี้ไม่แน่ใจเดี๋ยวกลับไปดูภาคแรกใหม่ดีกว่า
แต่ดูเหมือนจะเป็นคู่กัน เป็นอะไรที่ลงตัวระหว่าง ตัวละครที่เป็นผู้นำเก่งมาโดยตลอด
แต่ต้องยอมแพ้ให้กับผู้หญิงเดียงคนเดียวที่เขารัก
ตัวของAbe เพื่อนของRed ที่มีบทบาทมากในภาคนี้

 

ในภาคนี้ นอกจากจะได้ดูการต่อสู้ของเหล่าสัตว์ประหลาด
 ยังเหมือนได้ดูความเป็นดราม่าในหนังเรื่องนี้
รู้สึกเหมือนจะเน้นดราม่าเลยก็ว่าได้
ตั้งแต่ภาคแรกแล้วนิ
ที่ใส่ใจกับการแสดงออกทางอารมณ์ของตัวละครที่เป็นตัวประหลาดทุกตัว
ดูไปตัวละครที่เป็นมนุษย์ธรรมดายังดู ไร้อารมณ์ ไร้ความเมตตา เห็นใจ
มากกว่าอีก เห็นแก่ตัวมากกว่าตัวประหลาดอีก

ภาคนี้ ถ่ายทอดออกมาในลักษณะของความผูกพันของคนรัก
ที่ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่บทบาทของคู่รักเร้ดกับลิส
แต่ยังมีคู่รักอีกคู่ที่ทำให้อยากจะลุ้นๆอยู่อีกคือ Abe กับองค์หญิงที่เป็นฝาแฝดกับตัวร้าย



เพลง Can't smile without you ได้อารมณ์มากเลย
ชอบจังเพลงนี้ โดยส่วนตัวนะ
ประกอบกับช่วงจังหวะที่นำเพลงนี้เข้ามาผสมผสาน
กับอารมณ์ของตัวละครทั้งสอง
ยิ่งสอดคล้องกันไปอีก
เป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลายหลังจากผ่านการศึกมา
หรือแม้แต่ช่วงที่สับสนในใจ
จากประโยคที่ว่า

"ฉันขออยู่คนเดียวสักพัก"

"เร้ด คุณต้องการให้ทุกคนเข้าใจคุณ หรือคุณต้องการแค่ฉันเพียงคนเดียวที่เข้าใจคุณ"

ถ้อยคำต่อว่าด้วยความน้อยใจ
ที่เร้ดอยากจะให้คนอื่นเข้าใจและยอมรับในตัวเขา
โดยที่เร้ดลืมไปว่า
คนที่เข้าใจและยอมรับเขา
มีอยู่ข้างๆกายเสมอ
ถึงแม้จะเป็นเพียงคนเดียวก็ตาม

แค่คนที่รักเข้าใจและยอมรับก็เพียงพอแล้วไม่ใช่หรือ?


โดยธรรมชาติของหนังเป็นแฟนตาซี
คนดูอาจจะคาดหวังกับความอลังการของฉาก
และเทคนิคการต่อสู้ของตัวละครมาก ซึ่งข้อนี้อาจจะผิดหวังไปบ้าง
เพราะเน้นไปทางอารมณ์มากกว่า
HellBoy รู้สึกจะลักษณะแบบนี้ตั้งแต่ภาคแรกแล้วนะที่เน้นความรู้สึกของตัวประหลาดน่ะ
นิอาจเป็นอีกจุดขายหนึ่งก็เป็นไปได้

เรื่องความอลังการของฉากถือว่าดี
แต่ที่ดีมากคงจะเป็นแต่หน้าเอฟเฟคอีกตามเคย
ผลงานของผู้กำกับคนนี้แล้วที่ทำให้Pan's Labyrinthได้รางวัลนี้มาด้วย
ลองดูที่ตัวละคนที่เป็นตัวประหลาดเยอะมากทุกตัวใส่ใจกับการแต่งหน้า
ให้เป็นตัวประหลาดซึ่งแน่นอนว่าใช้เวลานานมากและงบ ประมาณคงเยอะพอตัว
พอๆกับฉาก ฉากตอนที่จะเข้าไปยังที่เก็บนักรบทองคำ



มองตอนแรกก็เป็นภูเขา
แต่ตอนประตูเปิดเป็นหุ่นหินขนาดยักษ์มีประตูอยู่ที่ช่องท้อง
เทคนิคถือว่าใส่ใจมาก เพราะมีการ Zoomไปที่พื้นผิวของหุ่นหิน
มีหิน เศษทรายเล็กๆหล่นลงมาเหมือนจริงสุดๆ

 

ฉากที่เร้ดเอาหางเกี่ยวเด็กทารก
หนีการอาระวาดของต้นไม้ยักษ์ซึ้งใจน่าดู
เพราะก่อนหน้านี้ลิสเพิ่งรู้ว่าตัวเองท้องและ
กำลังตัดสินใจว่าจะบอกเร้ดดีมะ
เร้ดพร้อมจะเป็นพ่อแล้วหรือป่าว

ฉากต้นไม้ยักษ์ตัวสุดท้ายของเผ่าพันธุ์ตาย สวยมากเลย
เหมือนหยุดอารมณ์คนดูชั่วขณะหนึ่งก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ที่สะเทือนใจเร้ด อีกครั้ง เพราะ ตัวประหลาด

โดยรวมเป็นหนังแฟนตาซีเชิงดราม่า
เพราะว่าไม่ว่าจะช่วงฉากไหนก็จะมีดราม่าเข้ามาเกี่ยวเนื่องอยู่เสมอๆเลย




ฉากที่ลิสยอมแลกชีวิตกับยมฑูตเพื่อให้เร้ดรอด แอบซึ้ง
กับความรักที่ยิ่งใหญ่ของคนสองคน ในลักษณะของหนังแฟนตาซี

ว่าไปโดยรวม หนังเรื่องนี้ไม่ถือกับว่าแย่
แต่ค่อยไปในทางที่ดีกับการใส่ใจในอารมณ์ของตัวละครและใส่ใจกับฉากถือว่าดี

ไม่รู้สึกเสียดายตังที่เข้าไปชม







ฉากที่อยู่ที่เมืองปีศาจ
ทำให้นึกถึงฉากที่ตลาดของหนังเรื่อง สตาร์ดัสซ์
หรืออารมณ์ของฉากไปในยุคตอนนั้น เมืองของแม่มด
ฉากที่ปราสาทจัดโทนสีได้เยี่ยม สีใกล้เคียง ใบไม้ร่วง แห้งแล้ง
ความหดหู่ของบรรยากาศหลังจากทำพันธสัญญา เหมือนจะเงียบสงบ
แต่ก็แทรกอารมณ์ของความสิ้นหวังลงไปในฉากด้วย

รู้สึกช่วงนี้ดูหนังแฟนตาซี ฮีโร่ เยอะจังแหะ

ขอขอบคุณรูปสวยๆจาก siamzone

edit @ 20 Jul 2008 12:59:47 by tIK-alone

edit @ 20 Jul 2008 13:14:53 by tIK-alone

edit @ 21 Jul 2008 23:46:01 by tIK-alone

edit @ 23 Jul 2008 12:41:20 by tIK-alone

Wanted : วิถีกระสุน ย้อนกลับ

ดองไว้นานไปรึป่าว
แต่คงไม่นานเท่าไหร่ เพราะหนังยังไม่ออกหรอกมั้งคะ
ตอนนี้อยู่เชียงราย
เลยไม่รู้ข่าวสารของโรงหนังกรุงเทพเลย

เริ่มเลยดีกว่า

เรื่องนี้ดูตั้งแต่เข้าโรงวันแรกๆ
ด้วยตัวนักแสดงคุณภาพที่ดึงดูดใจให้ไปชม
ทั้งการโปรโมทที่ลงทุนไปเยอะเมื่อเทียบกับหนังเรื่องอื่นๆ
แต่เนื่องจากหนังจัดอยุ่ใน RATE R
จึงถือได้ว่ากระแสการโปรโมทหนังเรื่องนี้
อาจจะน้อยว่า HandCork ที่โปรโมทออกTVแทบทุกช่อง

 

เมื่อเข้าไปชมหนังเรื่องนี้
RATE R เหมาะสมแล้ว
ไม่เหมาะสำหรับเด็กที่เข้าชมคนเดียว
โดยไม่มีผู้ปกครองไปให้คำแนะนำ
เพราะไม่มีเซอเซอร์
เลือดสาดเต็มจอ
ยิ่งฉากที่ยิงทะลุหัวแล้ว
กระสุนย้อนกลับ นั้น
Zoom แบบเห็นจะๆ
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายฉากที่เข้าข่ายไม่เหมาะสมต่อเด็กอีก

 

เนื้อเรื่องโดยรวม
ผูกปมไว้ที่ ตัวเอกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ความจริงว่า ตัวเองถูกหลอกให้ฆ่าพ่อของตัวเอง

เนื้อเรื่องดำเนินไปในทิศทางความน่าจะเป็นที่เกิดขึ้นกับความว่าพรสวรรค์และพรแสวง
ตัวเอกไม่ได้เก่งกาจอะไร เพียงแต่มีพรสวรรค์บางอย่างซึ่งตัวเขาเองก็ไม่เคยรู้มาก่อน
การเป็นคนธรรมดาที่มันเป็นการยากมากกับการใช้ชีวิตที่ธรรมดา

  • จำฉากที่ยัยอ้วนตะโกน ใส่หน้า ได้ไหม ฉากนี้สุดๆไปเลย คิดว่างั้นนะ ได้อารมณ์แบบสุด ๆ ของความน่ารำคาญที่ไม่แม้แต่ตัวละครเอก
  •  
    • ฝ่ายชายกำลังเจออยู่ แต่รำคาญไปจนถึงคนดูที่นั่งชมอยู่ รำคาญ
      "ยัยอ้วนปากมาก" ก็เล่นSlowmotion ยาวๆนานๆจนเห็นแทบจะ
      ทุกอริยาบทของท่าทางการแหกปาก
      ประกอบกับชั้นไขมันที่อยู่รวมกันอย่างเปี่ยมล้มบริเวณใบหน้า
    • Slowmotion ลักษณะนี้เป็นเหมือนกับในหนังบางเรื่องที่มีการชกต่อยกัน
      หรือขึ้นเวทีมวย ที่จะมักหยุดช่วงเวลาของTime Sequence

ให้ช้าลงตอนช่วงที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกต่อยที่แก้ม หรือคาง Zoom และ Slowmotion
เพื่อให้เห็นถึงอารมณ์ของการถูกต่อยที่เจ็บปวดและ
บริเวณของพื้นผิวหนังที่ถูกเหวี่ยงจากแรงของอีกฝ่ายกระทำ
แต่ในลักษณะนี้ ต้องการให้เกิดความรำคาญจากเสียงที่เล็ดลอดเข้ามาภายในช่องหูที่ช้าๆเอื่อยๆ
""มันช่างทรมานจริงๆ""

ตัวเอกเลยต้องกินยาแก้เครียดเผื่อระงับอารมณ์ความรู้สึกที่ Zoom Zoom เห็นเกินจริง เกินกว่าคนธรรมดาจะสามารถเห็นมันได้ นั้นคือพรสวรรค์ในตัวชายคนนี้

เปิดฉากของเรื่องที่นักฆ่าถูกลอบสังหารจากบุคคลนิรนามที่มีความสามารถในการยิงแล้ว กระสุนย้อนกลับ
แล้วเรื่องราวของการโกหก หลอกลวง โดยที่ผู้ชมก็ถูกหลอกไปด้วย แต่อาจจะเดาออกบ้างในบางบุคคล
เพราะหนังแนวนี้มีไม่กี่ปมนักหรอกที่นำเอามาเป็นปมซ่อนเงื่อนที่ให้ตัวละครปลดล๊อคปมนั้น คุณคิดว่าอย่างนั้นมะ?

เมื่อตัวเอกเข้าไปในองค์กร
ที่เขาบอกว่าเป็นองค์กรของสองพี่น้องทอผ้าที่เป็นโรงงานทอผ้า
เพื่อนำเอาคำสั่งจากพระเจ้ามาทำให้เกิด

ความสมดุลภายในโลก
ภายในสถานที่แห่งนี้ ตัวเอกได้รับการฝึกฝน
นิคืออีกข้อหนึ่งที่บอกได้ดีเลยว่า

ไม่ว่าคุณจะมีพรสวรรค์ที่วิเศษสุดเพียงใด
แต่หากคุณไม่มีพรแสวงที่จะฝึกฝน
พรสวรรค์นั้นก็อาจจะเป็นเพียง สัญลักษณ์ประดับบารมีที่ไม่มีโอกาสจะใช้มัน

เรื่องราวของเรื่องนี้ดำเนินไปอย่างปกติที่สุด
เพราะไม่มีการข้ามขั้นตอนไปไหนเลย
แต่เผยถึงขั้นตอนการฝึกฝนแต่เพียงเท่านี้
ว่าไปแค่เท่านี้ก็ยาวนานมาก
จนบางครั้งตอนที่นั่งดู ยังแอบคิดเลยว่า
เมื่อไหร่จะแก้ปมสักที

ปกติหนังก็เหมือนเรียงความ
ที่ต้องมีบทนำ เนื้อเรื่อง และ บทสรุป
เขาเข้าใจว่า บทนำคือเหตุจูงใจให้ก้าวเข้ามาในองค์กร เ
ป็นเพียงฉากสั้นๆไม่กี่นาที
เนื้อเรื่องต้องเป็นเรื่องยาวๆที่จะเผยให้เห็นถึงหนทางที่จะเข้าไปใกล้ปมปัญหา
เพื่อสละสางและคลีคลายปมนั้นเพียงแต่กระบวนการ
ฝึกฝนเพื่อให้เป็นนักฆ่าเต็มตัวนั้น
ยาวนานเหลือเกินจนลืมปมไปแล้ว
ถ้าตัวเอกไม่พูดขึ้นมา

แต่ตรงนี้เองเป็นจุดเผยปมที่ซ่อนไว้จากปมหลอกๆ ตอนแรกที่ว่า การล้างแค้น
เพราะปมของเรื่องที่แท้จริง เกิดขึ้นในองค์กร นิเอง
สิ่งที่ใกล้ตัวที่สุด

คนที่ดีในตอนแรกอาจจะเป็นคนร้ายในตอนหลัง
คนที่ร้ายในตอนแรกอาจจะเป็นคนที่ดีมากในตอนหลัง
ใครจะรู้
ต้องดูต่อไป

หนังเรื่องนี้น่าดูตรงที่
วิถีกระสุนที่ถูกวางโครงไว้ทั้งหมด
ว่าลักษณะของนักฆ่าต้องยิงแบบนี้
แล้วใช้effect ทำให้เกิด ว่าไปการยิงลักษณะนี้
อาศัยกฎของแรงเหวี่ยงเข้าไปด้วย
จึงไม่แปลกที่จะมีคนสามารถฝึกจนยิงลักษณะนี้ได้
ลักษณะการใช้เหมือนเรื่อง เดอะแม็กทริค ฉากที่ตัวเองหลุดตัวหลบลูกกระสุน
แต่ลักษณะนี้คือ การเผยให้เห็นทิศทางของลูกกระสุนที่สร้างขึ้น
โดยไม่สนใจว่าใครจะหลบหรือไม่หลบ
แต่เอาให้ถูกกลางเป้าตอนจบ

เออ
ฉากของแองเจลิน่า ผู้หญิงที่เซ็กซี่ที่สุดในเรื่อง
เพราะในเรื่องมีผู้หญิงที่เข้าฉากเยอะสุด 2คนได้
คนที่ 1 แฟนพระเอกที่มีชู้กับเพื่อนพระเอก
คนที่ 2 ก็คือ เธอ
แต่เธอเซกซี่จริงๆ
แค่ทำหน้านิ่งๆก็สวย sexy แล้ว
ปากอิ่มมาก

เข้าเรื่องต่อ
ฉากที่หักหน้าแฟนพระเอก
แอบสะใจลึกๆๆ

เพิ่งจะเห็นค่าตอนเธอจากไป
ต้องสูญเสียก่อนถึงจะเข้าใจว่าสิ่งที่เสียไปมันน่าเสียดาย

เป็นฉากที่ตอบรับกับประโยคด้านบนได้ดี

แองเจลิน่า ฉากที่ขึ้นจากอ่างsexy
ด้วยสรีระที่สวยอยู่แต่เดิมแล้ว เพิ่มรอยสักที่เธอลงทุนเจ็บไปหลายเข็ม
มันเพิ่มความเซกซี่ให้มากกว่าเดิม กับบทบาทนี้ที่เธอรับเล่น
แต่
มีฉากเดียวเอง
เจ็บไปไหม
กับการสัก

เจ็บแทน!!

ฉากที่พระเอกหนีการถูกยิงแล้วแองเจลิน่า ขับรถมารับถึงที่ที่ยืน ทำให้ตัวเด้งไปนั่งบนรถ
พระเจ้า!!!

มันเท่มากเลยฉากนี้
แต่เอาเข้าจริง คงเจ็บขาน่าดูเลย
เหมือนกระดูกที่ต้นขาถูกของแข็งชน
มันเป็นฉากที่ไวมาก
ฉากที่ออกจากรถเพื่อยิง
ฉากที่ต้องทำตัวอ่อนแนบติดกับรถเพื่อไม่ให้ถูกรถอีกคันชนลำตัว
ฉากนี้เป็นฉากเปิดตัว แองเจลิน่า ได้ดีมาก
ถึงแม้ลักษณะการยิงของเธอจะไม่แม่นก็เหอะ

แต่ที่เราได้จากฉากนี้ก็คือ
ทำไมไอ่ที่รับรถตามถึงยิงแม่นกว่าตัวละครเด่นของฉากนี้ แองเจลิน่า

สุดท้าย
ลูกชายฆ่าพ่อตัวเอง
แต่พ่อก็ดีใจที่ตายด้วยฝีมือของลูก

หลังจากนั้นชีวิตที่พลิกผัน

ผู้ถูกล่าเป็นผู้ล่าซะเอง
ผู้ล่ากลายเป็นผู้ถูกล่า


อย่าลืมตัวละครสำคัญอีกคน
คนที่อยู่ในองค์กร เขาชอบเลี้ยงหนูเพื่อระเบิดมัน
เนื้อเรื่องตอนท้ายทำให้เรารู้สึกว่า
หากชายผู้นี้ไม่ตาย
ตัวเอกอาจจะมีผู้ช่วยที่ดีมาก
ทำให้เราแอบมีความหวังว่า
ชายผู้นี้เป็นเพื่อนกับพ่อของพระเอกที่แฝงตัวอยู่ในองค์กร
เรารู้สึกเสียใจกับการจากไปของชายผู้นี้
ซึ่งอาจจะเสียใจช้าไป
เพราะเพิ่งมารู้สึกเสียใจตอนหนังจะจบแล้ว
เพราะเพิ่งรู้อะไรบางอย่าง
เท่าที่ดูในเรื่อง
เขาไม่เคยฆ่าคนเลย
นอกจากหนู
เหมือนมีหน้าที่เป็นหมอ พยาบาล ดูแลอาการบาดเจ็บของคนในองค์กร
เออ
น้ำที่แช่แข็งคนบาดเจ็บคืออะไร
อยากเอาทำแช่บ้าง
แต่คงต้องขัดอ่างหลังทำเสร็จจนเหนื่อย

นอกเรื่อง!!

ฉากสุดท้ายรู้สึกแย่ไปสักนิด
แต่ไม่ใช่ฉากท้ายสุดนะ
ฉากที่ แองเจลิน่า ตัดสินใจยิงทุกคนตายด้วยกระสุนเพียงนัดเดียวรอบทิศ
อย่างน้อยก็ทำให้เรารู้ว่า องค์กรนี้มีคนดี ที่มีสามัญสำนึกมากกว่าคนอื่นๆ

ฉากสุดท้าย
คำถาม
ตัวร้ายถูกยิงที่หัวเหมือนฉากแรก
แต่
ทำไมกระสุนที่ย้อนกลับ
มันถึงได้
ย้อนกลับแบบREPLAY
สังเกต
กระสุนทะลุหัวไปแล้ว
แต่ตอนย้อนกลับ
ทำไมที่หัวถึงไม่มีรูกระสุน
และไม่มีเลือด
แต่เหมือน REPLAY


เออ!!
ฉากระเบิดหนู
สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
เอาหนูที่ไหนมาระเบิดเนี๊ย
หนูจริงรึป่าว
เยอะเกิ้น
เวอร์!

นิอาจเป็นจุดเชื่อมโยงอีกจุดที่ทำให้รู้สึกว่า คนเลี้ยงหนูที่ถูกตัวเอกยิง เกี่ยวอะไรกับพ่อของพระเอกรึป่าว


PS. กระสุนสวยดี
วิถีกระสุนหมุนย้อนกลับ

 

 

ขอบคุณรูปสวยๆจาก siamzone

edit @ 19 Jul 2008 12:58:27 by tIK-alone

edit @ 19 Jul 2008 12:59:45 by tIK-alone

Hancock

หนังซุเปอร์ฮีโร่พันธุ์ใหม่ อุบิตขึ้น

เปิดฉากมาที่ ม้านั่งแต่มีคนนอน
คนนอนเมาเหล้าด้วย
"Hancock" [วิล สมิธ]
เปิดฉากมา ยังนึกภาพไม่ออกเลยว่า
เป็นซุปเปอร์ฮีโร่แบบไหน ข้างกายมี
กล่องเหล้า มีเป็นกล่อง หลายๆขวด
ไม่ต่างอะไรไปจาก คนข้างถนน แต่

มีตังซื้อเหล้า อ่าว!!

จากนั้นเนื้อเรื่องก็ตัดเข้าฉากกลุ่มคน
ร้ายขับรถหนีที่มีตำรวจกำลังตามไล่
ล่าบนท้องถนน
เด็ก ปลุกHancock แล้วบอกว่า มี
คนร้าย แต่ก็เฉย เลยโดนด่า!!
โดนด่า แล้วก็ โกรธ

นั้นคือ แก๊ก ของเรื่อง

ไม่มีใครทำอะไร สั่งอะไร Hancock
ได้ นอกจาก ด่า !!  แล้ว โกรธ

นั้นคือ Hancock

Hancock
Hancock

และ
Hancock!!!

Hancock พุ่งตัวจากที่นั่งด้วยความ

เร็วและแรงสูง จนที่นั่ง พัง!!
และทุกที่ ที่Hancock ผ่านก็ พัง!!

ทำลาย
พัง
และ ตูม
พัง

Hancock เข้าไปในรถของกลุ่มวัย
รุ่นที่เป็นคนร้าย เหมือนจะพยายาม
เจรจาแต่โดยดี และแล้วขวดเหล้าก็
แตก ความโกรธเริ่มมาเยือน พร้อม
กับคำด่า !! อีกระลอก 
เลยเก็บอารมณ์
ไว้ไม่อยู่
และก็

เละ!!
ไม่ใช่คนเละ!! นะ แต่
ข้าวของรอบๆอาณาบริเวณที่
สามารถจะทำลายได้ เสียหาย

Hancock!!

เหตุการณ์สงบ สิ่งที่ตามมาคือ ข่าว
ข่าวเกี่ยวกับHancock คุณคิดว่าจะ

เป็นเรื่องอะไร

ไม่ใช่ซุปเปอร์ฮีโร่ช่วยคนหรอก
แต่เป็น
ค่าเสียหายที่เกิดจาก Hancock!

ขนาดเล่ายังเหนื่อย

นั้นคือเรื่องราวย่อๆเกี่ยวกับ

Hancock !!
ซุปเปอร์ฮีโร่พันธุ์ใหม่ พันธุ์ดุ
เราจะจบการเล่าประวัติHancockไว้

เท่านี้

พูดถึงเนื้อเรื่องโดยรวม
หลายคนที่นั่งดูอาจมีความรู้สึกที่
แวบเข้ามาเกี่ยวกับอะไรบางอย่าง
ที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างคาดไม่ถึงและ

ไม่มีข่าวมาก่อนเลย
ปิดข่าวได้เยี่ยม

ซุปเปอร์ฮีโร่มี 2 คน

อ่าว!! ไหงเป็นงั้นอ่า

เหตุการณ์ทั้งหมดเหมือนจะเกิดขึ้น
จาก เหตุการณ์ฉุกเฉินที่
บังเอิญHancockเข้าไปช่วยพอดี
แต่ก็เกิดความเสียหายเช่นเดียวกัน

นั้นแหละ

เหตุการณ์ตอนรางรถไฟ
การช่วยชีวิต
การทำลายโดยไม่ได้ตั้งใจ
การช่วยอีกครั้งจากคนเดิม
และ การเข้าสู่เรื่องราว

หนังเรื่องนี้ เหมือนพยายามจะเอา
ความเป็นซีรีย์ ดราม่า เข้ามาในเรื่อง
แต่ก็ไม่ได้เป็นดราม่าเหมือนหนังฮีโร่
ทั่วไป เลยทำให้ดูเหมือนกับว่า
มันไม่ค่อยจะลงตัวเท่าไหร่

ครอบครัวของMCแสนดีที่ไม่เคย
ประสบความสำเร็จในการนำเสนอ
งาน กับ Hancock เรื่องราวดราม่า

เกิดขึ้น ณ ตอนนี้
ลองเปรียบเทียบความเป็นดราม่า
ของหนังซุปเปอร์ฮีโร่ดูไหม

เริ่มจาก
มาตราฐานการใส่ความเป็น
ดราม่าของซุเปอร์ฮีโร่ จากหนังทั่วไป

เรื่องนี้ก็มี คือ

การที่ฮีโร่ไม่เป็นที่ยอมรับ Hancock
ก็เช่นเดียวกัน ก็ใครจะยอมรับได้ล่ะ
ช่วยก็จริง แต่รอบข้างบริเวณเสีย
หายเยอะเกิน  เมื่อฮีโร่ไม่เป็นที่ยอม
รับ ก็ต้องมีบ้างที่ฮีโร่ท้อแท้เสียใจ

 

เรื่องนี้ วิล สมิธ เล่นได้ดีอีกแล้ว
สีหน้า ท่าทาง ความโศกเศร้าจาก
การกระทำที่หวังดี ผิดหวังกับผลที่
ตามมา และรู้สึกแย่กับคนรอบข้าง
เขาสามารถถ่ายทอดออกทางสีหน้า
และ อารมณ์ที่สุดๆ ไม่ต่างจากหนัง
ก่อนหน้านี้เลย I am legend

เมื่อฮีโร่ท้อแท้ ผิดหวัง จึงยอมอ่อน
ให้กับเพื่อนใหม่ที่เชื่อมั่นในตัวเขา
แม้ภรรยาของเพื่อนคนนี้
จะไม่ชอบขี้หน้าฮีโร่เอามากๆ

ข้อเสนอที่ทำให้ฮีโร่เป็นที่ยอมรับ
เรียกว่า เป็นเหมือน
กระบวนการที่ปรับเปลี่ยนให้เป็นฮีโร่
เต็มตัวเลยก็ว่าได้

ถ้าหนังฮีโร่เรื่องอื่น ๆ มีพรีวิวขั้น
ตอนการปรับปรุงตัว ให้เข้ากับพลัง
ใหม่ที่ได้รับเยอะๆ ก็คงจะเหมือน
หนังเรื่องนี้แหละ

Hancock เขามีพลัง แต่เขาขาดการ
ควบคุมที่เหมาะสม นั้นทำให้ 
เขาไม่เป็นที่ยอมรับ

แค่นั้นเอง
 
แต่ใครจะรู้ล่ะว่า
มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเป็นฮีโร่ที่ดี
เพียง 1 เดียวให้ทำให้คนหลายสิบ
ล้านล้านคน เข้าใจและยอมรับ

เพราะฮีโร่ก็มีหัวใจนะจ๊ะ
นั้นคือสิ่งที่Hancockอยากจะให้คน
หลายสิบล้านล้านคนเข้าใจเขาบ้าง
เขารับข้อเสนอที่ว่า Hancock จะเข้า
ไปอยู่ในคุก เพื่อทำให้ทุกคนรู้สึก
ต้องการเขาขึ้นมาบ้าง
การเข้าไปอยู่ในสถานที่ ที่ไม่
สามารถใช้พลังวิเศษ ไม่สามารถทำ
อะไรอย่างที่อยากจะทำได้เหมือน
ก่อน สถานที่ที่เขาต้องทนกับความ
ขัดแย้งที่เกิดในใจเขา
กับคำถามอีกมากมาย
ที่นั้น Hancock ได้รับรู้อะไรหลายๆอย่าง

มุมกล้องในช่วงเวลาที่ถ่ายตอนที่
Hancock เข้าไปอยู่ในคุก เป็นมุม
กล้องที่ทำให้เรารับรู้ถึงความรู้สึก
ลึกๆที่ตัวละครของเรื่องพยายามสื่อ
สารออกมาได้มาก มาก และ มากที่
สุด การวาดภาพบนผนัง การนับวัน
เวลาคอย ความรู้สึกหว่าเหว่ หดหู่ สิ้นหวัง
คุณมีอะไรจะเล่าให้พวกเราฟังไหม ?


ไม่

ผ่าน

ไม่

จนกระทั่ง

การแนะนำตัวเพียงสั้นๆ
'Hancock'

นั้นคือจุดเริ่มต้นของการกลับมาเป็น
ซุเปอร์ฮีโร่ที่สมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติ อีกครั้ง

ทั้งหมดคือขั้นตอนของ การปรับ
เปลี่ยน ปรับตัว ของฮีโร่
ทั้งหมดที่กล่าวไป นั้นคือ
ดราม่าของหนังฮีโร่ ที่หลายเรื่องมีโครง
สร้างแบบนี้ จับประเด็นของความ
อ่อนแอที่เกิดขึ้นในจิตใจภายใต้รูป
ร่าง พละกำลังที่มหาศาลของเหล่าฮีโร่

นั้นอาจจะเป็นตอนจบของหนังฮีโร่หลายเรื่องแล้วแหละ

แต่ที่บอกว่า
มันมีซีรีย์ และ ดราม่าที่มากเกิน เลย

ดูขัดไปสักหน่อย
นั้นคือฉากที่เพิ่มเข้ามาต่อจาก การยอมรับของฮีโร่นั้นเอง

มันเกิดปมที่เยอะไปในหนังที่ดูเหมือนจะเป็นหนังคลายเครียด
หนังซุเปอร์ฮีโร่ช่วยมวลมนุษย์มันเลยดูขัดแย้งกับความเป็นหนังฮีโร่

ต้องยอมรับว่า ทางผู้สร้างมีความพยายามที่ดีเยี่ยมที่ต้องการจะสื่อ
สารออกมาให้คนดูได้ดูได้ชมให้มากที่สุดเท่าที่เขาจะสามารถทำได้

ปมที่เกิดขึ้นในเรื่อง
อดีต ความรัก การครองคู่ และ การจากลา

เราเป็นเนื้อคู่กัน
เราเกิดมาคู่กัน
เรามีพลังที่เหนือมนุษย์
แต่เมื่อเราอยู่ใกล้กัน
เมื่อเราใช้ชีวิตร่วมกัน
เราก็จะเป็นมนุษย์
พลังเหนือมนุษย์จะหายไป
ทุกครั้งที่เราอยู่ใกล้กัน
เราจะเป็นเหมือนมนุษย์ธรรมดา
ทุกครั้งฉันอยู่ใกล้คุณ
จะต้องมีเรื่องอันตรายเกิดขึ้นกับคุณเสมอ เพราะคุณจะต้องเข้ามาช่วยฉันเสมอ
ฉันไม่อยากให้เกิดอะไรขึ้นกับคุณและฉันอีก
เราต้องอยู่ไกลกัน
เพื่อรักษาชีวิตของกันและกันไว้

ฮีโร่ก็มีความรัก
ถึงฮีโร่จะแข็งแกร่งเพียงใด แต่ฮีโร่ก็เป็นมนุษย์ มีจิตใจ อ่อนแอได้เช่นเดียวกัน

คุณจำฉาก Hancock โดนยิงที่ซุเปอร์มาเก็ตได้ไหม
จริงอยู่ที่ อยู่ใกล้กันแล้ว พลังเหนือธรรมชาติจะลดลง
แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ
จิตใจ
Hancock รู้สึกถึงความผิดหวัง สูญเสียอย่างรุนแรง
เขาเพียงแค่จะมาหาที่สักแห่งหาอะไรดื่มเพื่อให้ลืมช่วงเวลาทุกข์
จิตใจที่อ่อนแอ อ่อนล้า เบาบางมากต่อทุกสิ่งที่เข้ามาใกล้
ลืมระวังตัวไปทุกอย่าง

ความรักก็ทำให้ฮีโร่อ่อนแอ ลืมระวังตัวได้เหมือนกัน

เหมือนประโยคที่ว่า "ความรักทำให้คนตาบอด"  ลืมมองสิ่งรอบข้าง ลืมความสัมผัสถึงอันตรายที่กำลังจะมาเยือน


นั้นคืออีกปมที่อยู่ในเรื่องนี้

หนังจัดว่าดี
ยอมรับในความสามารถของนักแสดง
แต่เรื่องเนื้อเรื่อง
ก็ถือว่าดี
ในความพยายามทำในสิ่งที่แปลกใหม่แต่อยู่ในหนังแนวซุเปอร์ฮีโร่
แค่ปรับให้มันกลมกลืนอีกนิด
คงแจ่ม!

สนุก ตื่นเต้น เร้าใจ ตลก เศร้า หดหู่ สุขใจ ประทับใจ เสียใจ ท้อแท้ สิ้นหวัง ความรัก เสียสละ ห่วงใย

เอาเป็นว่ามีหมดเลยล่ะกัน
ยกเว้น
มีผีโผล่เข้ามาในฉาก  ไม่มี!

ชอบตอนสุดท้าย

เพียงเฮือกสุดท้ายของลมหายใจ
ที่เกิดจากความรักความห่วงใยจากจิตใต้สำนึกของสิ่งสำคัญที่ต้องปกป้อง เพียงพลังแรงกายที่เหลือเพียงน้อยนิด Hancock พยายามถีบตัวเองออกจากสถานที่ซึ่งนอนจมกองเหลือดอยู่ เขาไม่ได้นึกถึงตัวเองเลยตอนนั้น สิ่งที่รับรู้ได้จากสีหน้าและอารมณ์ ก็คือ หลีกหนี ออกไปให้ไกลที่สุด เพื่อ หญิงคนรักที่หมดลมหายใจ ได้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ตัวเองจะเป็นไงไม่สน ของแค่เธออยู่ แค่นั้นพอ

การกระเสือกกระสนออกจากตึก ตกลงท้องถนน พื้นถนนที่แข็ง รถที่ชนร่าง พลังที่อ่อนหล้า แรงกายที่แทบจะหมด  แต่แรงใจเต็มเปี่ยม
นิคือ  ฮีโร่!!

อ่อ!!
ฉากที่ Hancock จับผิด อดีตภรรยา ก็ขำดีนะ
รู้สึกดี ที่ได้ดู แอบซึ้งเหมือนเข้าถึงอารมณ์ตัวละครชายแต่ก็ไม่ถึงกับหลั่งน้ำตา เพราะแก๊กที่ถูกวางไว้ในบท

 

 

ขอขอบคุณ รูปสวยๆจาก siamzone

edit @ 18 Jul 2008 12:53:19 by tIK-alone